[ECB - DS] อัฐธิฐาน

posted on 22 Jun 2014 00:17 by break-down

Part 1.

เมฆสีขุ่นมัวลอยอยู่บนท้องฟ้าที่ไม่สดใสก่อนที่จะหลั่งหยดนํ้ากระทบลงบนพื้นดิน

"ฝนตก" เด็กชายพึมพำเงยหน้ามองท้องฟ้าที่ขะมุกขะมัวทันใดนั้นเขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าคู่หนึ่งกำลังตรงมาที่ตนเองอย่างรีบร้อน ประตูผุๆถูกเปิดออกพร้อมร่างเปียกปอนของผู้เป็นน้องชายเพียงคนเดียว

 

"ไอ่อัฐ ! ทิ้งกูแล้วแอบหนีกลับมาก่อนได้ไง ! ดูดิ๊ เปียกคนเดียวเลย "

เด็กผู้ชายผู้เกิดทีหลังง๊องแง้งอยู่หน้าประตูก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปหลบฝนที่เทกระหน่ำในบ้านที่มุงด้วยสังกะสีทั้งหลัง

 

"น้องก้าวครับ กูเป็นพี่เมิงนะ พูดจาดีๆน่ารักๆกะกูหน่อยก็ได้ ไอ่สัสนิ "

ผู้เป็นพี่ชายยกมือฝรั่งขึ้นเตะตรูดผู้เป็นน้องอย่างรักใคร่ดังป๊าบ

 

"แหมพี่อัฐฮะ แหกจิมิแม่ออกมาก่อนกู ทำเป็นคุย ถุ้ย! กูก็คลานตามเมิงออกมาแค่ไม่กี่วิแหละว้าาา"

 กาญจน์ก้าวเช็ดผมสีชมพูสดใสของตัวเองด้วยผ้าขนหนูนุ่ม แก้มบางๆแดงระเรื่อเพราะกว่าจะวิ่งหนีฝนจากโรงเรียนกลับมาบ้านระยะทางไม่ใช่เล่นๆ หรี่ตาลงลอบมองพี่ชายที่กำลังขะมักเขม้นทำอะไรบางอย่าง

 

"ทำไรอยู่เหรอฮะ พี่อัฐ~"

 ทำเสียงยียวนกวนประสาทใส่คนที่กำลังใช้สมาธิยื่นหน้าเข้าไปใกล้ ๆ ก่อนจะโดนผู้มีศักดิ์เป็นพี่ ไล่ออกไปห่างๆ

 

"อย่ากวนได้ป่ะ พรุ่งนี้กูมีสอบตรงเข้า ม.1นะเมิง ถ้าทำคะแนนดีๆ อาจจะได้ทุนเรียนสบายๆ"

 ดวงตาสีชมพูจ้องมองหนังสือที่ถูกจดบันทึกอย่างละเอียด

 

"อ๊ะๆๆ ไม่กวนก็ได้ ให้ที่หนึ่งของชั้นได้อ่านหนังสือเตรียมสอบ ส่วนไอ่ก้าวคนนี้ก็จะนอนเกลือกกลิ้งอ่านการ์ตูนโป๊ เพราะถึงยังไงคนโง่ๆอย่างกูก็ไม่คิดจะเรียนต่ออยู่แล้ว " พูดแล้วก็หัวเราะอย่างบ้าคลั่งเย้ยคนตรงหน้าอย่างมีความสุข

 

"ก้าว..."

อัฐธิฐานมองหน้าน้องชายราวกับกระจกเงาที่สะท้อนภาพเหมือนของตนเองออกมาไม่ว่าจะดวงตา ใบหน้า เส้นผมทุกเส้น จมูกงอนๆที่ไม่ถึงกับโด่งนั่น เว้นเสียแต่สิ่งที่ถูกสะท้อนออกมานั้น.. มันกลับด้าน...

 

" อะไรเมิง...ทำหน้าแบบนั้นน่ะ " คิ้วของกาญจน์ก้าวขมวดกันยุ่ง

 

"ป่าว....กูแค่ดีใจที่บุพการีให้ยีนความฉลาดกะกู แต่ให้ยีนความโง่กะเมิงเท่านั้นแหละ"

 พูดจบอัฐธิฐานก็หันกลับไปอ่านหนังสือต่อทิ้งให้คนเป็นน้องคำรามกึกก้องจนสังกะสีสะเทือน  ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเขาเคยเถียงกันเรื่องการเรียนของก้าว อัฐธิฐานแทบจะลงไปกราบเพื่อขอให้น้องชายเรียนให้จบ ป.6 บางครั้งถึงขั้นลงไม้ลงมือต่อยตีกันจนต้องมีคนเข้ามาห้าม ดังนั้นเขาจึงได้แต่ปลงในวิถีชีวิตที่น้องชายเลือก

 

"อย่างน้อยๆกูก็หาเงินได้เยอะกว่าเมิงที่รับจ้างกิ๊กๆก๊อกๆไปวันๆก็แล้วกัน ! ชิ !"

กาญจน์ก้าวทำหน้ามุ่ยกอดอกแล้วเบี่ยงหน้าหนีทันที สายตาของอัฐธิฐานหยุดลงที่ตัวอักษรตัวหนึ่ง ก่อนจะหันไปเอ่ยถามผู้เป็นน้องอย่างข้องใจ เด็กอายุ 13 ปี ทำไมถึงหาเงินเดือนละเป็นหมื่นได้

 

"ไอ่ก้าว ...เมิงทำงานอะไรกันแน่"

กาญจน์ก้าวหลบสายตาของพี่ชายที่สบประสานกัน ท่าทีกระอักกะอ่วนเห็นได้อย่างชัดเจนบ่งบอกว่าคนตรงหน้าเป็นพวกโกหกไม่เก่ง

 

"นอนเถอะ กูง่วงและ" ผู้เป็นน้องตัดบทก่อนที่จะล้มตัวลงนอนบนเสื่อน้ำมันเก่าๆ

 

"ก้าว....." อัฐธิฐานมองเด็กชายกาญจน์ก้าวนอนเปิดพุงรับลมจากพัดลมที่กำลังส่ายหน้าไปมา

 

"กูก็แค่อยากเป็นเหมือนกับเด็กคนอื่น..อยากมีชีวิตที่อิสระ ..อยากมีบ้าน...อยากมีพ่อ..อยากมีแม่..ทำไมพวกเราต้องถูกขายเหมือนสิ่งของและต้องทำงานเยี่ยงทาสด้วยวะ" 

กาญจน์ก้าวพลิกตัวหันไปอีกด้านแล้วเอามือปาดน้ำตาอัฐธิฐานเดินไปลูบหัวน้องชายตัวเองเบาๆอย่างเข้าใจความรู้สึก เขาเองก็รู้สึกแบบเดียวกัน ยังไงพวกเขาก็เป็นแค่เด็กซึ่งถูกบีบให้ดิ้นรนเพื่อที่จะมีชีวิตรอดไปวันๆ อัฐธิฐานได้แต่ข่มความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจนั่นเอาไว้ ก่อนจะถูกคนตรงหน้ากอดแน่น ......สัส....นี่จะรัดให้ไส้กูปลิ้นเลยใช่ไหมไอ่ก้าว

 

"อีกไม่นานหรอก....ก้าวจะไปจากที่นี่" กาญจน์ก้าวหลับตาลงแล้วจมสู่นิทรา อัฐธิฐานมองน้องชายตัวเองก่อนจะดึงชายเสื้อปิดพุงให้อีกคนดีๆ....ขนาดก้าวยังสู้ขนาดนี้ ..จะยอมแพ้ง่ายๆได้ยังไงกัน ...

 

และในคืนนั้นอัฐธิฐานได้แต่ฝันถึงอนาคตที่ตัวเองยังไม่เคยเห็น

----------------------------------------------------------------------------------------------

Part 2.

มันคงเป็นเรื่องที่ตลกดีถ้าได้เห็นรูปหน้าตัวเองข้างล่างมีข้อความเขียนว่า 'ชาตะมรณะ' พร้อมกับตัวเลขของวันที่ที่ทุกอย่างจบสิ้นลง

 

อัฐธิฐานนอนมองเพดานของโรงพยาบาลมาร่วมสองอาทิตย์ ร่างกายถูกพันเอาไว้อย่างดีบาดแผลที่ถูกเย็บหลายแห่งกำลังสมานเข้าด้วยกันและดูเหมือนมันจะทิ้งแผลเป็นที่ไม่รู้ว่าเมื่อไหร่ จะต้องใช้เวลาขนาดไหนมันถึงจะหายไป เด็กชายเอามือจับแก้มตัวเองที่ถูกปิดด้วยผ้าก็อตสีขาวสะอาดตา ใครบางคนกำลังเคาะประตูเป็นเชิงขออนุญาตก่อนจะเข้ามาในห้อง อัฐธิฐานเหลือบสายตามองแขกผู้มาเยี่ยมเยียนแล้วยิ้มให้เป็นปกติ

 

"ไอ่ปึ๊ด..ไอ่ป๊าด"

 สองพี่น้องข้ามเพศในชุดสุภาพสีดำเข้ามาในห้อง พร้อมหย่อนก้นหนาๆลงนั่งข้างๆเด็กชายอัฐธิฐาน ทั้งคู่มีท่าทีที่สงบกว่าทุกทีที่เคยเจอ ความกวนตีนที่ถึงบ่งบอกความสนิทสนมไม่มีให้เห็นในครั้งนี้

 

"วันนี้น้องอัฐต้องออกจากโรงพยาบาล พวกเราก็เลยมารับนะจ้ะ"

ไอ่ปึ๊ดผู้เป็นพี่ ตัวโตสูงกล้ามล่ำๆแทบจะทะลุออกมาจากชุดกระโปรงลูกไม้หนอมแน้มของมันชวนให้รู้สึกอยากเป็นลมวันละหลายๆรอบ

 ...รสนิยมอุกอาจมากนะเมิง.....เอามีดมาทิ่มลูกตากูเลยดีกว่า.......

 

"ใช่ๆ นายเคลียร์ค่าใช้จ่ายให้หมดแล้ว ไม่ต้องห่วงเรื่องค่ารักษานะ แต่ว่า.....ซองที่ได้จากงานของไอ่ก้าวนะ...."

ไอ่ป๊าดผู้เป็นน้องรูปร่างไม่ต่างจากพี่ชายของมัน เว้นเสียแต่การแต่งตัวที่ดูเหมือนผู้ชายทั่วไปแต่แอบรัดติ้วตึงเป๊ะตามสไตล์เก้งกวาง

 

"...ไม่แปลกใจเท่าไหร่" เด็กชายค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงโดยที่มีสองพี่น้องช่วยประคอง ไอ้ปึ๊ด กับไอ้ป๊าด อายุมากกว่า อัฐธิฐานเกือบ ห้าปีทั้งคู่กำลังศึกษาภาคค่ำอยู่ในโรงเรียนอาชีวะแห่งหนึ่งความที่สองพี่น้องนี้ก็อยู่ในเขตก่อสร้างแรงงานชาวพม่า และเป็นหนึ่งในแรงงานการค้ามนุษย์นั้น ทั้งคู่จึงเปรียบเสมือนครอบครัวที่คอยเกื้อหนุนอัฐธิฐานและกาญจน์ก้าว

 

"...จับ...พวกนั้น....ได้รึยัง ..." เด็กชายเอ่ยถามขึ้นขณะที่ถูกเปลี่ยนเสื้อผ้า ทำให้สองพี่น้องกระเทยควายมองหน้ากันเลิกลั่กไม่กล้าที่จะตอบ

 

"เออ....รู้สึกคู่กรณี....จะเป็นลูกคนใหญ่คนโตน่ะ น้องอั--" ไม่ทันที่ไอ่ปึ๊ดจะพูดจบ ก็โดนอัฐธิฐานสวนกลับทันที

 

"กูไม่รู้หรอกนะว่ามันจะใหญ่มาจากไหน!! แต่ถ้ากฏหมายเฮงซวยนี่ทำอะไรมันไม่ได้กูจะส่งมันไปลงนรกด้วยมือของกูเอง !!! "

เด็กชายวัย 13 ปี ที่ดูโตกว่าเด็กในรุ่นๆเดียวกันกำลังตะเบ็งเสียงขู่ฆ่าใครบางคน....ใครบางคนที่พรากชีวิตของกาญจน์ก้าวน้องชายฝาแฝดร่วมสายเลือดเพียงคนเดียว สองพี่น้องต่างพากันตกใจกับคำพูดของเด็กผู้ชายตรงหน้าเพราะอัฐธิฐานไม่เคยเป็นเด็กที่ก้าวร้าว ไม่เคยต่อยตีกับใครก่อน จัดได้ว่าเป็นคนเรียบร้อยที่ได้รางวัลนักเรียนมารยาทงาม และเป็นตัวแทนโรงเรียนในการแข่งขันเรื่องมารยาทและจริยธรรมอีกด้วย

 

"ใจเย็นๆ นะน้องอัฐ น้องก้าวไปสบายแล้ว" กระเทยผู้พี่พูดปลอบอย่างอ่อนโยนมองไปที่อัฐธิฐานอย่างเห็นใจ

 

"จะให้ไอ่ก้าวตายฟรีงั้นเหรอ!!! ทั้งๆที่เมื่อ...สองอาทิตย์ก่อน.....ยังนอนกอดกัน..อยู่เลย......"

ใบหน้าขี้เล่นกวนๆนั่นจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว มือที่คอยจับไว้ เป็นที่ยึดเหนี่ยวซึ่งกันและกัน ไม่มีอีกแล้ว จะไม่มีไอ่ก้าวที่แสนขี้อ้อนของไอ่อัฐอีกแล้ว .....น้ำตาเอ่อล้นออกมาท่วมหัวใจของอัฐธิฐาน ไอ้ป๊าดเห็นท่าทีแฝดผู้พี่ก็รวบมากอดแน่นสงสารคนตรงหน้าจับใจ อัฐธิฐานและกาญจน์ก้าวก็เปรียบเสมือนน้องชายแท้ๆของเขา ยิ่งน้องเจ็บเท่าไหร่ พี่ก็เจ็บมากเท่านั้น

 

คนน้องไปสบาย....แต่คนพี่กำลังจะตายอยู่ตรงนี้

 

"เอา...คืนมา....เอา...ไอ่ก้าว...คืนมา!!!"

 มือเล็กๆทุบลงที่อกของไอ่ป๊าดน้ำตาของอัฐธิฐานอาบแก้มร้องงอแงแบบเด็กๆที่ต้องการบางสิ่งบางอย่างมากมายเหลือเกิน  ทำไมน้ำตาพวกนี้ถึงไม่เหือดแห้งไปซักที เมื่อไหร่มันจะหยุดไหลกันนะ อัฐธิฐานได้แต่ถามคำถามซ้ำๆแบบนี้เรื่อยๆอยู่ในหัว ทุกครั้งที่พยายามจะเข้มแข็งแต่สุดท้ายกลับจบลงที่การร้องไห้แบบคนเสียสติเมื่อคิดถึงแฝดคนน้อง

 

"กูเอาด้วย....ไปส่งไอ้สารเลวนั่นลงนรกกัน"

 กระเทยผู้น้องคิดทบทวนพอสมควรก่อนเอ่ยออกไป และคิดว่าอะไรที่ทำให้อัฐธิฐานรู้สึกดีขึ้นได้บ้าง แม้มันเป็นสิ่งที่ร้ายแรงขนาดไหนเขาก็จะทำ

 

"ไอ้ป๊าด !!" ไอ้ปึ๊ดกระเทยผู้พี่ร้องเสียงแหลมอย่างตกใจ ก่อนจะถอนหายใจเพราะรู้ถึงนิสัยน้องชายของตัวเองดี

 

 ....ไอ้เด็กเวรพวกนี้...ถ้าคิดจะทำอะไรแล้ว ..เอาช้างมาฉุดก็หยุดพวกมันไม่ได้

 

อัฐธิฐานขยำเสื้อไอ้ป๊าดที่เปียกไปด้วยคราบน้ำตาของตนเองแน่น ดวงตาแดงช่ำจ้องมองอย่างมุ่งมั่นไปยังท้องฟ้าอึ่มครึ่มของฤดูฝนก่อนเม็ดฝนใหญ่ๆจะตกลงมากระทบกระจกใส

"เมิงยัง...ตายไม่ได้นะ.....ไอ้ก้าว"

To be continued.